เตรียมบ้านและความปลอดภัย

เช็กลิสต์เตรียมบ้านสำหรับผู้ป่วยติดเตียง

บ้านที่พร้อมไม่ได้หมายถึงซื้ออุปกรณ์ให้ครบที่สุด แต่คือจัดพื้นที่ตามความสามารถและแผนการดูแลของผู้ป่วยจริง ให้ทางเดินปลอดภัย ผู้ดูแลเข้าถึงได้ และมีวิธีขอความช่วยเหลือเมื่อจำเป็น

สรุปสั้น ๆ

สิ่งสำคัญที่ควรรู้ก่อนเริ่ม

  • จัดทางเดินให้โล่ง พื้นแห้งไม่ลื่น และแสงสว่างเพียงพอ
  • วางของจำเป็นและอุปกรณ์เรียกช่วยในระยะที่ผู้ป่วยหรือผู้ดูแลหยิบถึง
  • เว้นพื้นที่รอบเตียงให้ผู้ดูแลและอุปกรณ์เคลื่อนย้ายทำงานได้
  • ให้ทีมรักษาประเมินการจัดท่า ที่นอน ราวกั้น และการเคลื่อนย้ายเป็นรายบุคคล

1. สำรวจเส้นทางตั้งแต่ประตูถึงเตียงและห้องน้ำ

ลองเดินตามเส้นทางที่ผู้ป่วยและผู้ดูแลจะใช้จริง เก็บสายไฟ พรมผืนเล็ก ของวางพื้น และเฟอร์นิเจอร์ที่ขวางทาง พื้นควรเรียบ แห้ง ไม่ลื่น และมีแสงสว่างเพียงพอ โดยเฉพาะช่วงกลางคืน

ถ้าผู้ป่วยใช้รถเข็นหรืออุปกรณ์ช่วยเดิน ให้ตรวจความกว้างของทางเลี้ยว ธรณีประตู และตำแหน่งที่ต้องย้ายตัว ไม่ควรเดาว่าอุปกรณ์ใดเหมาะ ให้ทีมพยาบาลหรือฟื้นฟูสาธิตกับสภาพบ้านจริงเมื่อทำได้

2. จัดพื้นที่ข้างเตียงให้ดูแลง่ายและขอความช่วยเหลือได้

  • เว้นพื้นที่ด้านที่ผู้ดูแลต้องเข้าถึง ไม่วางกล่องหรือโต๊ะขวางทาง
  • วางโทรศัพท์ กริ่ง หรืออุปกรณ์เรียกช่วยในตำแหน่งที่หยิบถึง
  • ติดรายการเบอร์ติดต่อครอบครัว ทีมรักษา และ 1669 ในจุดที่เห็นง่าย
  • แยกของใช้สะอาด ของใช้ส่วนตัว และภาชนะทิ้งของให้ชัดเจน
  • จัดแสงให้ตรวจผิวหนังและทำกิจวัตรได้ โดยไม่แยงตาผู้ป่วย

3. ทำห้องน้ำให้ลดความเสี่ยงลื่นล้ม

คำแนะนำของกรมควบคุมโรคเน้นพื้นแห้งและไม่ลื่น แสงสว่างเพียงพอ ราวจับที่เหมาะสม และเก้าอี้อาบน้ำที่มั่นคง หากทำได้ควรจัดพื้นที่นอนให้อยู่ใกล้ห้องน้ำหรือมีแผนการขับถ่ายที่ปลอดภัยตามคำแนะนำของทีมดูแล

  • ไม่มีน้ำขังหรือของใช้กีดขวางพื้น
  • มีจุดจับที่ติดตั้งมั่นคงในตำแหน่งที่ผู้ใช้ต้องการจริง
  • เก้าอี้อาบน้ำหรืออุปกรณ์ช่วยนั่งไม่โยกและเหมาะกับผู้ใช้
  • ประตูและพื้นที่ภายในเปิดทางให้ผู้ดูแลเข้าช่วยได้

4. ป้องกันปัญหาผิวหนังตามแผนเฉพาะราย

ผู้ที่เคลื่อนไหวจำกัดและมีความชื้นสัมผัสผิวมีความเสี่ยงต่อการเกิดแผลกดทับมากขึ้น ควรสังเกตผิวหนัง รักษาความสะอาดและความแห้งตามคำแนะนำ และแจ้งทีมรักษาเมื่อพบรอยแดง แผล หรือความเปลี่ยนแปลง

ตารางเปลี่ยนท่า ชนิดที่นอน หมอนรอง และวิธีเคลื่อนย้ายต้องวางตามสภาพผู้ป่วย ไม่ควรใช้ตารางเดียวกับทุกคน คู่มือศิริราชยังเตือนไม่ให้ใช้ห่วงยางหรือถุงมือใส่น้ำรองบริเวณปุ่มกระดูกเพื่อแก้ปัญหาด้วยตนเอง

5. คำถามที่ควรถามก่อนออกจากโรงพยาบาล

  • วิธีเคลื่อนย้ายและจัดท่าที่เหมาะกับผู้ป่วยรายนี้
  • อุปกรณ์ใดจำเป็น อุปกรณ์ใดไม่ควรใช้ และต้องตั้งค่าอย่างไร
  • ต้องสังเกตอาการหรือผิวหนังจุดใด และควรติดต่อใครเมื่อพบความผิดปกติ
  • แผนยา อาหาร การขับถ่าย การทำกายภาพ และวันนัดครั้งต่อไป
  • ผู้ดูแลคนใดควรได้รับการสาธิตซ้ำก่อนกลับบ้าน

ความช่วยเหลือในพิษณุโลก

ต้องการผู้ช่วยดูแลผู้ป่วยติดเตียงในพิษณุโลก?

แจ้งสภาพการเคลื่อนไหว อุปกรณ์ แผนจากสถานพยาบาล วันเวลา และพื้นที่ ทีมงานจะช่วยสอบถามขอบเขตที่เหมาะสมก่อนยืนยันบริการ

คำถามที่พบบ่อย

คำถามต่อจากบทความนี้

จำเป็นต้องซื้อเตียงผู้ป่วยทุกบ้านหรือไม่?

ไม่สามารถตอบแบบเดียวกันได้ ต้องพิจารณาการเคลื่อนไหว การจัดท่า การย้ายตัว พื้นที่บ้าน และแผนการรักษา ควรให้ทีมพยาบาลหรือฟื้นฟูประเมินก่อนเลือกอุปกรณ์

ควรพลิกตัวผู้ป่วยทุกกี่ชั่วโมง?

ความถี่และวิธีจัดท่าต้องกำหนดตามสภาพผิวหนัง การเคลื่อนไหว ที่นอน โรคร่วม และแผนของทีมรักษา บทความทั่วไปไม่ควรกำหนดตารางเดียวสำหรับทุกคน

ราวกั้นเตียงช่วยป้องกันตกเตียงเสมอหรือไม่?

ไม่เสมอไป ราวกั้นอาจเพิ่มความเสี่ยงในบางสถานการณ์ จึงควรใช้หลังประเมินพฤติกรรม การเคลื่อนไหว และคำแนะนำของผู้เชี่ยวชาญที่ดูแลผู้ป่วยรายนั้น

เมื่อใดควรให้ทีมวิชาชีพมาประเมินบ้าน?

ควรขอประเมินเมื่อผู้ป่วยมีข้อจำกัดซับซ้อน ต้องใช้อุปกรณ์ใหม่ ย้ายตัวลำบาก มีแผลหรือความเสี่ยงสูง หรือครอบครัวไม่มั่นใจว่าพื้นที่และวิธีดูแลปลอดภัย

แหล่งข้อมูล

ตรวจสอบข้อมูลเพิ่มเติมจากหน่วยงานต้นทาง

  1. คำแนะนำป้องกันการพลัดตกหกล้มภายในบ้านกรมควบคุมโรค
  2. บ้านปลอดภัย ไม่เสี่ยงล้มกรมกิจการผู้สูงอายุ
  3. คู่มือการพยาบาลผู้ป่วยที่มีแผลกดทับที่บ้านงานการพยาบาลศิริราช

บทความนี้ให้ข้อมูลทั่วไป ไม่แทนคำแนะนำเฉพาะบุคคลจากแพทย์ พยาบาล หรือทีมรักษาที่ดูแลผู้ป่วย หากมีภาวะฉุกเฉินโปรดโทร 1669

096-263-4469